ลักษณะการละหมาดของท่านนบี ﷺ (ไทย)

ลักษณะการละหมาดของท่านนบี ﷺ

  • earth Language
    (ไทย)
  • earth Author:
    الشيخ عبد العزيز بن باز

Other Translations 51

PHPWord

 

 

كَيْفِيَّةُ صَلَاةِ النَّبِيِّ صَلَّى اللَّهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ

 

 

ลักษณะการละหมาดของท่านนบี

 

 

لِفَضِيلَةِ الشَّيْخِ العَلَّامَةِ

عَبْدِ العَزِيزِ بْنِ عَبْدِ اللَّهِ بْنِ بَازٍ

غَفَرَ اللَّهُ لَهُ وَلِوَالِدَيْهِ وَلِلْمُسْلِمِينَ

 

ชัยค์

อับดุลอะซีซ บิน อับดุลลอฮ บิน บาซ

 

 


بِسْمِ اللَّهِ الرَّحْمَنِ الرَّحِيمِ

ักษณะการละหมาดของท่านนบี

ชัยค์

อับดุลอะซีซ บิน อับดุลลอฮ บิน บาซ

ด้วยพระนามของอัลลอฮ์ ผู้ทรงเมตตา ผู้ทรงปราณีเสมอ

มวลการสรรเสริญเป็นสิทธิ์ของอัลลอฮฺเพียงพระองค์เดียว ขอพรอันประเสริฐและความศานติจงมีแด่บ่าวของพระองค์และเราะซูลของพระองค์ ท่านนบีมุหัมมัด วงศาคณาญาติและบรรดาเศาะฮาบะฮ์ของท่าน และต่อจากนี้:

นี่คือถ้อยคำโดยสังเขปในการอธิบายลักษณะการละหมาดของท่านนบีที่ข้าพเจ้ามีความประสงค์จะนำเสนอแด่มุสลิมและมุสลิมะฮ์ทุกคน เพื่อให้ทุกคนที่ได้อ่านพากเพียรในการเจริญรอยตามท่านในเรื่องดังกล่าว ดังคำกล่าวของท่านว่า:

(صَلُّوا كَمَا رَأَيْتُمُونِي أُصَلِّي).

"พวกท่านจงละหมาดเหมือนที่พวกท่านเห็นฉันละหมาดเถิด"1. และเราขอกล่าวแก่ท่านผู้อ่านดังต่อไปนี้

1- อาบน้ำละหมาดให้สมบูรณ์ กล่าวคือ ให้ทำการอาบน้ำละหมาดตามที่อัลลอฮฺได้ทรงบัญชาไว้ โดยปฏิบัติตามดำรัสของพระองค์ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา ที่ว่า

﴿يَٰٓأَيُّهَا ٱلَّذِينَ ءَامَنُوٓاْ إِذَا قُمۡتُمۡ إِلَى ٱلصَّلَوٰةِ فَٱغۡسِلُواْ وُجُوهَكُمۡ وَأَيۡدِيَكُمۡ إِلَى ٱلۡمَرَافِقِ وَٱمۡسَحُواْ بِرُءُوسِكُمۡ وَأَرۡجُلَكُمۡ إِلَى ٱلۡكَعۡبَيۡنِ...﴾.

"โอ้บรรดาผู้ศรัทธาทั้งหลาย เมื่อพวกเจ้าต้องการจะปฎิบัติการละหมาด ก็จงล้างใบหน้าของพวกเจ้า และมือของพวกเจ้าถึงข้อศอก และจงลูบศีรษะของพวกเจ้า และล้างเท้าของพวกเจ้าถึงตาตุ่มทั้งสอง..." (อัล-มาอิดะห์ : 6) อายะฮ์

และคำกล่าวของท่านนบีที่ว่า:

َا تُقْبَلُ صَلَاةٌ بِغَيْرِ طُهُورٍ) .

"อัลลอฮ์จะไม่ทรงตอบรับการละหมาดใด โดยปราศจากความสะอาดบริสุทธิ์"2.

และคำกล่าวของท่านนบีที่กล่าวแก่ผู้ที่ละหมาดไม่ถูกต้องว่า:

(‌إِذَا ‌قُمْتَ ‌إِلَى ‌الصَّلَاةِ، ‌فَأَسْبِغِ ‌الْوُضُوءَ).

เมื่อเจ้าต้องการจะละหมาด ก็จงอาบน้ำละหมาดให้สมบูรณ์3

2- ผู้ละหมาดจะต้องผินหน้าไปยังกิบละฮ์ ซึ่งก็คือ กะอ์บะฮ์ ไม่ว่าจะอยู่ที่ใดก็ตาม ด้วยร่างกายทั้งหมดของเขา พร้อมกับตั้งเจตนาในใจถึงการละหมาดที่เขาต้องการจะปฏิบัติ ไม่ว่าจะเป็นละหมาดฟัรฎูหรือนาฟิละฮ์ โดยไม่ต้องกล่าวเจตนาออกมาด้วยลิ้น เพราะการกล่าวเจตนาด้วยลิ้นนั้นเป็นสิ่งที่ไม่ถูกบัญญัติไว้ แต่ทว่ามันคือบิดอะฮ์ เนื่องจากท่านนบีไม่ได้กล่าวเจตนาด้วยลิ้นของท่าน และบรรดาสาวกของท่าน เราะฎิยัลลอฮุอันฮุม ก็เช่นกัน และให้เขามีสุตเราะฮ์สำหรับละหมาดอยู่เบื้องหน้า หากเขาเป็นอิมามหรือละหมาดคนเดียว และการผินหน้าไปยังกิบละฮ์นั้นเป็นเงื่อนไข (ชัรฏ์) ของการละหมาด ยกเว้นในบางกรณีที่ได้รับการผ่อนผัน ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีและได้ถูกชี้แจงไว้ในตำราของบรรดาผู้รู้

3- ตักบีร่อตุ้ลอิห์รอมโดยกล่าวว่า "อัลลอฮุอักบัร" และให้สายตามองไปที่สุญูด

4- ยกมือทั้งสองข้างเสมอหัวไหล่หรือใบหูขณะตักบีร

5- วางมือทั้งสองบนหน้าอก โดยให้มือขวาวางทับบนหลังมือซ้าย ข้อมือ และแขนซ้าย เนื่องจากมีหลักฐานยืนยันจากท่านนบี

6- สุนนะฮ์ให้อ่านดุอาอ์อัลอิสติฟตาห์ นั่นคือ:

(اللَّهُمَّ بَاعِدْ بَيْنِي وبيْنَ خَطَايَايَ، كَمَا بَاعَدْتَ بيْنَ المَشْرِقِ والمَغْرِبِ، اللَّهُمَّ نَقِّنِي مِنَ الخَطَايَا كَمَا يُنَقَّى الثَّوْبُ الأبْيَضُ مِنَ الدَّنَسِ، اللَّهُمَّ اغْسِلْ خَطَايَايَ بالمَاءِ والثَّلْجِ والبَرَدِ).

"โอ้อัลลอฮฺได้โปรดแยกระหว่างฉันและบาปของฉันให้ห่างไกลกันเฉกเช่นที่พระองค์ได้แยกทิศตะวันออกและทิศตะวันตก โอ้อัลลอฮฺได้โปรดชำระฉันให้บริสุทธิ์จากความผิดของฉันเฉกเช่นผ้าขาวที่ถูกชำระจนสะอาดปราศจากความสกปรก โอ้อัลลอฮฺได้โปรดชำระล้างความผิดทั้งหลายของฉันด้วยน้ำ หิมะ และลูกเห็บ"4

และถ้าจะกล่าวเป็นอย่างอื่นแทน ก็ให้กล่าวว่า:

(سُبْحَانَكَ اللَّهُمَّ وبِحَمْدِكَ، وَتَبَارَكَ اسْمُكَ، وَتَعَالَى جَدُّكَ، ولَا إلَهَ غَيْرُكَ) ،

"มหาบริสุทธิ์ยิ่งแด่อัลลอฮฺและด้วยการสรรเสริญพระองค์ และพระนามของพระองค์จำเริญยิ่งแล้ว และบารมีของพระองค์สูงส่งยิ่งแล้ว และไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากพระองค์"5 และหากจะอ่านบทดุอาอ์อิสติฟตาห์บทอื่นที่ได้รับการรับรองและพิสูจน์จากท่านนบีก็ไม่เป็นไร และที่ดีที่สุดคือให้ปฏิบัติด้วยบทนี้ในบางเวลา และด้วยอีกบทหนึ่งในบางเวลา เพราะนั่นคือการเจริญรอยตามแบบฉบับที่สมบูรณ์ยิ่งกว่า จากนั้นให้กล่าว:

أعوذ باللّه من الشيطان الرجيم، بسم الله الرحمن الرحيم และให้อ่านซูเราะฮ์อัลฟาติหะฮ์ เนื่องจากมีคำกล่าวของท่านว่า:

(لَا صَلَاةَ لِمَنْ لَمْ يَقْرَأْ بفَاتِحَةِ الكِتَابِ) .

"การละหมาดนั้นใช้ไม่ได้สำหรับผู้ที่ไม่อ่านอัลฟาติหะฮ์"6. และหลังจากนั้นให้กล่าว -อามีน- โดยกล่าวเสียงดังในละหมาดที่อ่านเสียงดัง และกล่าวเสียงค่อยในละหมาดที่อ่านเสียงค่อย จากนั้นให้อ่านส่วนที่สะดวกจากอัลกุรอาน และที่ดีที่สุด คือให้อ่านหลังจากอัลฟาติหะฮ์ในละหมาดซุฮริ อัสริ และอิชาอ์ จากบรรดาซูเราะฮ์ที่มีความยาวปานกลาง ในละหมาดฟัจญริให้อ่านจากบรรดาซูเราะฮ์ที่ยาว และในละหมาดมักริบ ให้อ่านจากบรรดาซูเราะฮ์ที่ยาวบ้าง และจากบรรดาซูเราะฮ์ที่สั้นบ้าง เพื่อปฏิบัติตามบรรดาหะดีษที่ได้มีรายงานไว้ในเรื่องดังกล่าว

7- ทำการรุกูอ์โดยกล่าวตักบีร พร้อมกับยกมือทั้งสองข้างขึ้นเสมอหัวไหล่หรือใบหู โดยให้ศีรษะอยู่ในระดับเดียวกับแผ่นหลัง วางมือทั้งสองข้างบนหัวเข่าโดยกางนิ้วออกจากกัน และให้หยุดนิ่งในขณะรุกูอ์ และกล่าวว่า: ซุบฮานะร็อบบิยัลอะซีม และที่ดีที่สุดคือการกล่าวซ้ำสามครั้งหรือมากกว่านั้น และสุนัตให้กล่าวพร้อมกับบทนั้นด้วยการกล่าว:

(‌سُبْحَانَكَ ‌اللهُمَّ ‌وَبِحَمْدِكَ، ‌اللهُمَّ ‌اغْفِرْ ‌لِي) .

"มหาบริสุทธิ์ยิ่งแด่อัลลอฮฺพระผู้อภิบาลแห่งเรา และด้วยการสรรเสริญพระองค์ โอ้อัลลอฮฺได้โปรดประทานอภัยโทษแก่ฉันด้วยเถิด"7

8- เงยศีรษะขึ้นจากการรุกูอ์ พร้อมกับยกมือทั้งสองขึ้นเสมอหัวไหล่หรือใบหู และกล่าวว่า: (‌سَمِعَ ‌اللَّهُ ‌لِمَنْ ‌حَمِدَهُ)

"อัลลอฮฺทรงได้ยินผู้ที่สรรเสริญพระองค์" หากผู้ละหมาดเป็นอิหม่ามหรือละหมาดคนเดียว ให้กล่าวขณะที่กำลังลุกขึ้นยืนว่า:

(رَبَّنَا وَلَكَ الحَمْدُ حَمْدًا كَثِيرًا طَيِّبًا مُبَارَكًا فِيهِ مِلْءَ السَّمَواتِ ومِلْءَ الأرضِ، ومِلْءَ ما شِئتَ مِن شيءٍ بَعدُ).

"โอ้พระผู้อภิบาลของเรา และการสรรเสริญทั้งหลายนั้นแด่พระองค์ ด้วยการสรรเสริญที่มากมายดียิ่งและประเสริฐยิ่ง จนเต็มชั้นฟ้า และเต็มแผ่นดิน และเต็มทุกสิ่งที่พระองค์ทรงประสงค์ภายหลังจากนั้น"8

หากผู้ละหมาดเป็นมะอ์มูม ก็ให้กล่าวขณะเงยขึ้นว่า "ร็อบบะนา วะละกัลหัมด์" ไปจนจบตามที่ได้กล่าวมาแล้ว และหากพวกเขาแต่ละคน -กล่าวคือ อิหม่าม มะอ์มูม และผู้ที่ละหมาดเพียงลำพัง- กล่าวเพิ่ม-

(أهْلَ الثَّنَاءِ والْمجْدِ، أحَقُّ مَا قَالَ العَبْدُ، وكُلُّنَا لَكَ عَبْدٌ: اللَّهُمَّ لَا مَانِعَ لِمَا أعْطَيْتَ، ولَا مُعْطِيَ لِمَا مَنَعْتَ، ولَا يَنْفَعُ ذَا الجَدِّ مِنْكَ الجَدُّ) .

"ผู้ที่สมควรแก่การสรรเสริญและความทรงเกียรติ เป็นถ้อยคำที่สัจจริงยิ่งที่สุดที่บ่าวกล่าว และเราทุกคนเป็นบ่าวของพระองค์ โอ้อัลลอฮฺ ไม่มีผู้ใดสามารถขัดขวางสิ่งที่พระองค์ทรงประทาน และไม่มีผู้ใดสามารถประทานสิ่งที่พระองค์ทรงห้าม และความยิ่งใหญ่ของผู้ยิ่งใหญ่ย่อมไม่ให้เกิดประโยชน์อันใด พระองค์9. มันเป็นการกระทำที่ดีเนื่องจากมีหลักฐานยืนยันจากท่าน

และส่งเสริมให้พวกเขาแต่ละคน -อีหม่าม มะอ์มูม และผู้ที่ละหมาดคนเดียว- วางมือของตนไว้บนหน้าอก เช่นเดียวกับที่ทำขณะยืนก่อนรุกูวอ์ เนื่องจากมีหลักฐานยืนยันในเรื่องดังกล่าวมาจากท่านนบีจากหะดีษของท่านวาอิล บิน หุจญ์รฺ และท่านซะฮล์ บิน สะอัด เราะฎิยัลลอฮุอันฮุมา

9- สุญูดโดยกล่าวตักบีร โดยวางเข่าทั้งสองลงก่อนมือทั้งสองหากสามารถทำได้ แต่หากเป็นเรื่องยากลำบาก ก็ให้วางมือทั้งสองลงก่อนเข่าทั้งสอง โดยให้ปลายนิ้วเท้าและปลายนิ้วมือหันไปทางกิบละฮ์ นิ้วมือชิดติดกันและเหยียดตรง และให้สุญูดบนอวัยวะทั้งเจ็ดส่วน คือ หน้าผากกับจมูก มือทั้งสอง เข่าทั้งสอง และท้องนิ้วเท้าทั้งสอง และกล่าวว่า: ซุบฮานะ ร็อบบิยัล อะอฺลา และเป็นสุนนะฮ์ให้กล่าวสามครั้งหรือมากกว่านั้น และส่งเสริมให้กล่าวพร้อมกับบทนั้น:

(سُبْحانَكَ اللَّهُمَّ رَبَّنا وبِحَمْدِكَ، اللَّهُمَّ اغْفِرْ لِي).

"มหาบริสุทธิ์ยิ่งแด่อัลลอฮฺพระผู้อภิบาลแห่งเรา และด้วยการสรรเสริญพระองค์ โอ้อัลลอฮฺได้โปรดประทานอภัยโทษแก่ฉันด้วยเถิด" และพึงขอดุอาอ์ให้มาก ตามหะดีษของท่านนบีที่ว่า:

(‌أَمَّا ‌الرُّكُوعُ، ‌فَعَظِّمُوا ‌فِيهِ ‌الرَّبَّ، وَأَمَّا السُّجُودُ، فَاجْتَهِدُوا فِي الدُّعَاءِ، فَقَمِنٌ أَنْ يُسْتَجَابَ لَكُمْ) .

"ในเวลารุกูอ์นั้นก็ให้ทำการเทิดทูนถึงความยิ่งใหญ่ต่ออัลลอฮ์ และเมื่อสุญูดก็ให้เต็มที่กับการขอดุอาอ์ เพราะช่างเป็นโอกาสที่จะได้รับการตอบรับ (ดุอาอ์) แก่พวกท่าน"10

และขอดุอาอ์ต่ออัลลอฮ์ให้ได้รับความดีทั้งในโลกนี้และโลกหน้า ไม่ว่าจะเป็นละหมาดฟัรฎูหรือสุนัต ให้แยกต้นแขนทั้งสองออกจากสีข้างทั้งสอง หน้าท้องออกจากต้นขาทั้งสอง และต้นขาทั้งสองออกจากหน้าแข้งทั้งสอง และยกแขนทั้งสองให้พ้นจากพื้น ตามคำกล่าวของท่านนบีว่า:

(اعْتَدِلُوا في السُّجُودِ، ولَا يَبْسُطْ أحَدُكُمْ ذِرَاعَيْهِ انْبِسَاطَ الكَلْبِ).

จงทำสุญูดให้สมดุล และอย่าให้คนหนึ่งคนใดทาบท่อนแขนทั้งสองของตนราบกับพื้นเหมือนสุนัขหมอบ11

10- ยกศีรษะขึ้นพร้อมกล่าวตักบีร แล้ววางเท้าซ้ายราบลงและนั่งทับ ชันเท้าขวาขึ้น และวางมือทั้งสองบนต้นขาและหัวเข่า แล้วกล่าวว่า:

(رَبِّ اغْفِرْ لِي وَارْحَمْنِي وَاهْدِنِي وَارْزُقْنِي وَعَافِنِي وَاجْبُرْنِي) .

"โอ้พระผู้อภิบาลของฉัน โปรดอภัยโทษแก่ฉัน เมตตาแก่ฉัน ชี้นำฉัน ประทานปัจจัยยังชีพแก่ฉัน ประทานสุขภาพที่ดีแก่ฉัน และดูแลแก้ไขฉันด้วยเถิด"12 และสงบนิ่งในการนั่งนี้

11- ให้สุญูดครั้งที่ 2 พร้อมกล่าวตักบีร และให้ปฏิบัติเหมือนกับสุญูดครั้งแรก

12- ให้เงยศีรษะขึ้นพร้อมกล่าวตักบีร และนั่งพักเล็กน้อยเหมือนกับการนั่งระหว่างสองสุญูด ซึ่งการนั่งนี้เรียกว่า ญัลสะตุลอิสติรอหะฮ์ (การนั่งพัก) ถือเป็นสิ่งที่ส่งเสริมให้กระทำ (มุสตะหับ) หากละทิ้งก็ไม่เป็นไร และไม่มีการกล่าวซิกรฺหรือดุอาอ์ใดๆ ในการนั่งนี้ จากนั้นให้ลุกขึ้นยืนสู่ร็อกอะฮ์ที่สอง โดยใช้เข่าค้ำยันหากสามารถทำได้ แต่หากลำบากก็ให้ใช้มือยันพื้นแทน จากนั้นให้อ่านสูเราะฮ์อัลฟาติหะฮ์และอายะฮ์อัลกุรอานที่ง่ายดายหลังจากนั้น แล้วให้ปฏิบัติเหมือนกับที่ได้ปฏิบัติในร็อกอะฮ์แรก

13- หากเป็นการละหมาดที่มีสองร็อกอะฮ์ เช่น ละหมาดฟัจญ์ ละหมาดวันศุกร์ และละหมาดอีดทั้งสอง ให้เขานั่งหลังจากเงยขึ้นจากสุญูดครั้งที่สอง โดยให้วางเท้าขวาตั้งตรง และนั่งบนเท้าซ้าย พร้อมกับวางมือขวาไว้บนต้นขาขวา โดยกำนิ้วทั้งหมดเว้นแต่นิ้วชี้เพื่อใช้ชี้แสดงถึงเตาฮีด และหากจะกำนิ้วก้อยและนิ้วนางของมือขวา และใช้นิ้วโป้งจรดกับนิ้วกลางเป็นวงกลม พร้อมกับชี้นิ้วชี้ ก็ถือว่าเป็นสิ่งที่ดี เนื่องจากทั้งสองลักษณะนี้ได้รับการยืนยันมาจากท่านนบีและที่ดีที่สุดคือให้ปฏิบัติสลับกันระหว่างสองลักษณะนี้ และให้วางมือซ้ายไว้บนต้นขาซ้ายและหัวเข่า จากนั้นให้อ่านตะชะฮุดในท่านั่งนี้ ซึ่งมีดังนี้:

(التَّحِيَّاتُ للهِ وَالصَّلَوَاتُ وَالطَّيِّبَاتُ، السَّلَامُ عَلَيْكَ أيُّهَا النَّبيُّ وَرَحْمَةُ اللهِ وَبَرَكَاتُهُ، السَّلَامُ عَلَيْنَا وَعَلَى عِبَادِ الله الصَّالِحِينَ، أَشْهَدُ أنْ لَا إلَهَ إلَّا اللهُ وأَشْهَدُ أنَّ مُحَمَّدًا عَبْدُهُ ورَسولُهُ).

"ความเคารพความภักดี และคุณธรรมทั้งหลายเป็นสิทธิของอัลลอฮฺ ขอความสันติสุขความเมตตาจากอัลลอฮฺ และความจำเจริญแห่งพระองค์จงมีแด่ท่านโอ้ท่านนบี ขอความสันติสุขจงมีแด่พวกเราและแก่บรรดาบ่าวที่มีคุณธรรมแห่งอัลลอฮฺ ฉันขอปฏิญาณว่าไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากอัลลอฮฺ และฉันขอปฏิญาณว่ามุหัมมัดเป็นบ่าวและศาสนทูตของพระองค์" หลังจากนั้นให้เขากล่าวว่า:

(اللَّهُمَّ صَلِّ عَلَى مُحَمَّدٍ وعلَى آلِ مُحَمَّدٍ، كَمَا صَلَّيْتَ عَلَى إبْرَاهِيمَ وَعَلَى آلِ إبْرَاهِيمَ؛ إنَّكَ حَمِيدٌ مَجِيدٌ، وَبَارِكْ عَلَى مُحَمَّدٍ وَعَلَى آلِ مُحَمَّدٍ، كَمَا بَارَكْتَ عَلَى إبْرَاهِيمَ وَعَلَى آلِ إِبْرَاهِيمَ؛ إنَّكَ حَمِيدٌ مَجِيدٌ).

"โอ้อัลลอฮฺ ขอทรงประทานการสดุดีแด่มุฮัมหมัดและวงศาคณาญาติของมุฮัมมัด เช่นที่พระองค์ทรงประทานการสดุดีแด่อิบรอฮีมและวงศาคณาญาติของอิบรอฮีม แท้จริงพระองค์นั้นทรงยิ่งด้วยการสรรเสริญและบารมีอันสูงส่ง และขอทรงประทานความจำเริญแด่มุฮัมหมัดและวงศาคณาญาติของมุฮัมหมัด เช่นที่พระองค์ทรงประทานความจำเริญแด่อิบรอฮีมและวงศาคณาญาติของอิบรอฮีม แท้จริงพระองค์นั้นทรงยิ่งด้วยการสรรเสริญและบารมีอันสูงส่13.

และให้ขอความคุ้มครองจากอัลลอฮ์ให้พ้นจากสี่ประการ โดยกล่าวว่า:

(اللَّهُمَّ إنِّي أَعُوذُ بِكَ مِن عَذَابِ جَهَنَّمَ، وَمِنْ عَذَابِ القَبْرِ، وَمِنْ فِتْنَةِ المَحْيَا وَالْمَمَاتِ، وَمِنْ شَرِّ فِتْنَةِ المَسِيحِ الدَّجَّالِ).

"โอ้อัลลอฮ์ ฉันขอความคุ้มครองจากพระองค์ให้พ้นจากการลงโทษในนรกญะฮันนัม และการลงโทษในหลุมศพ และจากความโกลาหลหรือบททดสอบขณะที่มีชีวิตและหลังความตาย และจากความชั่วร้ายที่เป็นบททดสอบ (ฟิตนะฮฺ) ของดัจญาล"14

จากนั้นให้ขอดุอาอ์ให้ได้รับความดีทั้งในโลกนี้และโลกหน้าตามที่เขาต้องการ และหากเขาขอดุอาอ์ให้แก่พ่อแม่ของเขาหรือพี่น้องมุสลิมคนอื่นๆ ก็สามารถทำได้ ไม่ว่าจะเป็นการละหมาดฟัรฎูหรือสุนัต เนื่องจากคำกล่าวโดยรวมของท่านนบีในหะดีษของอิบนุ มัสอูด เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ เมื่อท่านได้สอนบทตะชะฮ์ฮุดแก่เขา:

(ثُمَّ ‌لِيَتَخَيَّرْ ‌مِنَ ‌الدُّعَاءِ بَعْدُ أَعْجَبَهُ إِلَيْهِ فَيَدْعُو).

(จากนั้น ให้เขาเลือกดุอาอ์ที่เขาพึงพอใจที่สุด แล้วจึงวิงวอนขอ)15. และในอีกสำนวนหนึ่ง ที่ว่า:

(‌ثُمَّ ‌لِيَخْتَرْ ‌مِنَ ‌الْمَسْأَلَةِ ‌مَا ‌شَاءَ) .

"จากนั้นให้เขาทำการวิงวอนขอตามที่ตัวเองต้องการ"(16)16

และสิ่งนี้ครอบคลุมถึงทุกสิ่งที่เป็นประโยชน์แก่ผู้เป็นบ่าว ทั้งในโลกดุนยาและโลกอาคีเราะฮ์ จากนั้นให้สลามทางขวาและซ้ายของท่าน โดยกล่าวว่า "อัสสลามุอะลัยกุม วะเราะห์มะตุลลอฮ์ อัสสลามุอะลัยกุม วะเราะห์มะตุลลอฮ์"

14- หากเป็นการละหมาดสามร็อกอะฮ์เช่นละหมาดมัฆริบ หรือสี่ร็อกอะฮ์เช่นละหมาดซุฮริ อัศริ และอิชาอ์ ให้อ่านตะชะฮุดที่ได้กล่าวมาข้างต้นพร้อมกับการกล่าวศอลาวาตต่อท่านนบีจากนั้นให้ลุกขึ้นยืนโดยยึดเข่าทั้งสองข้าง และยกมือทั้งสองข้างขึ้นเสมอระดับบ่าหรือใบหู พร้อมกับกล่าวว่า อัลลอฮุอักบัร และวางมือทั้งสองข้างไว้บนหน้าอกดังที่ได้กล่าวมาแล้ว และให้อ่านซูเราะฮ์อัลฟาติหะฮ์เพียงอย่างเดียว และหากในร็อกอะฮ์ที่สามและสี่ของละหมาดซุฮริ เขาจะอ่านเพิ่มเติมจากอัลฟาติหะฮ์ในบางครั้งก็ไม่เป็นไร เนื่องจากมีหลักฐานยืนยันการกระทำดังกล่าวจากท่านนบีจากหะดีษของท่านอบูสะอีด เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ และหากเขาทิ้งการกล่าวศอลาวาตต่อท่านนบีหลังจากตะชะฮุดครั้งแรกก็ไม่เป็นไร เพราะเป็นสิ่งที่ส่งเสริมให้กระทำและไม่ใช่วาญิบในตะชะฮุดครั้งแรก จากนั้นให้กล่าวตะชะฮุดหลังจากร็อกอะฮ์ที่สามของละหมาดมัฆริบ และหลังจากร็อกอะฮ์ที่สี่ของละหมาดซุฮริ อัศริ และอิชาอ์ ดังที่ได้กล่าวมาแล้วในการละหมาดสองร็อกอะฮ์ จากนั้นก็ให้สลามทางขวาก่อน แล้วให้สลามทางซ้าย และกล่าวขออภัยโทษต่ออัลลอฮ์สามครั้ง จากนั้นให้กล่าวว่า:

(اللَّهُمَّ أَنْتَ السَّلَامُ وَمِنْكَ السَّلَامُ، تَبَارَكْتَ يا ذَا الجَلَالِ وَالإِكْرَامِ) .

ข้าแด่อัลลอฮ์ พระองค์ท่านคือผู้ทรงบริสุทธิ์ยิ่ง และความสงบสันตินั้นมาจากพระองค์ พระองค์ทรงเปี่ยมไปด้วยความจำเริญ โอ้ผู้ทรงไว้ซึ่งความยิ่งใหญ่ และความมีเกียรติ17.

ก่อนที่จะหันหน้าเข้าหาผู้คนหากเป็นอิหม่าม จากนั้นให้กล่าวว่า:

َا إلَهَ إلَّا الله وحْدَهُ لَا شَرِيكَ لَه، لَهُ المُلْكُ، ولَهُ الحَمْدُ، وَهُوَ عَلَى كُلِّ شَيءٍ قَدِيرٌ، لَا حَوْلَ وَلَا قُوَّةَ إلَّا بِاللهِ، اللَّهُمَّ لَا مَانِعَ لِمَا أعْطَيْتَ، ولَا مُعْطِيَ لِمَا مَنَعْتَ، وَلَا يَنْفَعُ ذَا الجَدِّ مِنْكَ الجَدُّ، لَا إلَهَ إلَّا الله، وَلَا نَعْبُدُ إلَّا إيَّاهُ، لَهُ النِّعْمَةُ وَلَهُ الفَضْلُ، وَلَهُ الثَّنَاءُ الحَسَنُ، لَا إلَهَ إلَّا الله مُخْلِصِينَ لَهُ الدِّينَ وَلَو كَرِهَ الكَافِرُونَ).

"ไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากอัลลอฮฺเพียงพระองค์เดียว ไม่มีภาคีใดสำหรับพระองค์ อำนาจและการสรรเสริญเป็นสิทธิของพระองค์ และพระองค์ทรงเดชานุภาพเหนือทุกสิ่ง ไม่มีพลานุภาพและพลังใดๆ เว้นแต่ด้วยอัลลอฮฺ ข้าแด่อัลลอฮ์ ไม่มีผู้ที่จะขัดขวางในสิ่งที่พระองค์ประทานให้ และไม่มีผู้ที่จะให้ในสิ่งที่พระองค์ทรงขัดขวาง และความมีเกียรติจะไม่อำนวยประโยชน์แก่ผู้มีเกียรติให้พ้นจากการลงโทษของพระองค์ได้เลย ไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากอัลลอฮฺ และเราไม่เคารพสักการะสิ่งอื่นใดนอกจากพระองค์เท่านั้น เป็นสิทธิแห่งพระองค์ซึ่งความโปรดปราน ความประเสริฐ และการสรรเสริญที่งดงาม ไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากอัลลอฮฺ โดยที่เรามอบความบริสุทธิ์ใจแห่งการยึดมั่นในศาสนาแด่พระองค์แม้ว่าเหล่าผู้ปฎิเสธจะชิงชังก็ตาม"18.

และให้กล่าวตัสบีห์สามสิบสามครั้ง กล่าวตะห์มีดสามสิบสามครั้ง และกล่าวตักบีรสามสิบสามครั้ง และกล่าวให้ครบหนึ่งร้อยว่า:

 لا إلَهَ إلَّا الله وحْدَهُ لا شَرِيكَ لَه، لَهُ المُلْكُ، ولَهُ الحَمْدُ، وَهوَ عَلَى كُلِّ شيءٍ قَدِيرٌ

"ไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากอัลลอฮฺแต่เพียงพระองค์เดียว ไม่มีภาคีใดสำหรับพระองค์ อำนาจการปกครองและการสรรเสริญทั้งหลายเป็นสิทธิของพระองค์ และพระองค์ทรงเดชานุภาพเหนือทุกสิ่ง" และให้อ่านอายะฮ์อัลกุรซีย์ สูเราะฮ์อัลอิคลาศ สูเราะฮ์อัลฟะลัก และสูเราะฮ์อันนาสหลังละหมาดทุกเวลา และเป็นที่ส่งเสริมให้อ่านสามสูเราะฮ์นี้ซ้ำสามครั้งหลังละหมาดฟัจร์และละหมาดมัฆริบ เนื่องจากมีหะดีษต่างๆ รายงานเกี่ยวกับเรื่องนี้จากท่านนบีและบทกล่าวรำลึก (อัซการ) ทั้งหมดนี้เป็นสุนนะฮ์ มิใช่ฟัรฎู

มีสุนนะฮฺให้มุสลิมและมุสลิมะฮฺทุกคนละหมาดก่อนละหมาดซุฮฺรี่สี่ร็อกอะฮ์และหลังจากนั้นสองร็อกอะฮ์ หลังละหมาดมัฆริบสองร็อกอะฮ์ หลังละหมาดอิชาอ์สองร็อกอะฮ์ และก่อนละหมาดฟัจญ์ริสองร็อกอะฮ์ รวมทั้งหมดสิบสองร็อกอะฮ์ การละหมาดเหล่านี้เรียกว่าเราะวาติบ เนื่องจากท่านนบีทรงรักษาไว้เป็นประจำเมื่อพำนักอยู่กับที่ ส่วนในขณะเดินทาง ท่านจะละทิ้งการละหมาดสุนนะฮ์เราะวาติบ ยกเว้นสุนนะฮ์ฟัจร์และละหมาดวิตร์ เพราะท่านนบีจะดำรงรักษาสุนนะฮ์ทั้งสองนี้ไว้ ทั้งในยามปกติและยามเดินทาง และเป็นการดีกว่าที่จะละหมาดสุนนะฮ์เราะวาติบและละหมาดวิตร์ที่บ้าน แต่หากจะละหมาดที่มัสยิดก็ไม่เป็นไร ตามคำกล่าวของท่านนบีที่ว่า:

(أفْضَلُ صَلَاةِ المَرْءِ في بَيْتِهِ، إلَّا الصَّلَاةَ المَكْتُوبَةَ).

"การละหมาดที่ประเสริฐที่สุดของคนผู้หนึ่งคือการละหมาดในบ้านของเขา ยกเว้นการละหมาดฟัรฎู"19

และการดำรงรักษาเราะกะอะฮฺเหล่านี้เป็นสาเหตุส่วนหนึ่งที่จะได้เข้าสวรรค์ ตามหะดีษของท่านนบีที่ว่า:

(مَنْ صَلَّى اثْنَتَيْ عَشْرَةَ رَكْعَةً فِي يَومٍ وَلَيْلَةٍ، بُنِيَ لَه بِهِنَّ بَيْتٌ فِي الجَنَّةِ) .

ผู้ใดละหมาดสิบสองร็อกอะฮ์ในหนึ่งวันกับหนึ่งคืน อัลลอฮ์จะทรงสร้างบ้านให้แก่เขาหลังหนึ่งในสวรรค์20

และหากละหมาดสี่ร็อกอะฮ์ก่อนอัศริ สองร็อกอะฮ์ก่อนละหมาดมัฆริบ และสองร็อกอะฮ์ก่อนละหมาดอีชาอ์ ก็เป็นสิ่งที่ดี เนื่องจากมีรายงานที่ถูกต้องจากท่านนบีที่บ่งชี้ถึงสิ่งดังกล่าว และหากละหมาดสี่ร็อกอะฮ์หลังซุฮ์ริและสี่ร็อกอะฮ์ก่อนหน้า ก็เป็นสิ่งที่ดี จากคำกล่าวของท่านที่ว่า:

(مَنْ ‌حَافَظَ ‌عَلَى ‌أَرْبَعِ ‌رَكَعَاتٍ ‌قَبْلَ ‌الظُّهْرِ، وَأَرْبَعٍ بَعْدَهَا حَرَّمَهُ اللَّهُ عَلَى النَّارِ).ผู้ใดรักษาละหมาดสี่ร็อกอะฮ์ก่อนซุฮรี่และสี่ร็อกอะฮ์หลังจากนั้น อย่างสม่ำเสมอ อัลลอฮ์จะทรงห้ามเขาจากไฟนรก21 นั่นหมายความว่าท่านได้เพิ่มเวลาละหมาดซุนนะฮฺอีกสองร็อกอะฮ์หลังจากละหมาดซุนนะฮ์หลังซุฮริเนื่องจากเวลาละหมาดซุนนะฮฺปกติประกอบด้วยสี่ร็อกอะฮ์ก่อนละหมาดและสองร็อกอะฮ์หลังละหมาด ดังนั้น หากท่านเพิ่มเวลาละหมาดอีกสองร็อกอะฮ์หลังละหมาด ท่านก็จะบรรลุผลตามที่กล่าวไว้ในหะดีษของอุมมุฮะบีบะฮฺ เราะฎิยัลลอฮุอันฮา

และอัลลอฮ์คือผู้ประทานความสำเร็จ ขออัลลอฮ์ทรงโปรดประทานพรและประทานความสันติแด่ท่านนบีมุฮัมหมัดของพวกเรา บุตรของอับดุลลอฮ์ และแด่วงศ์วานของท่าน และอัครสาวกของท่าน และบรรดาผู้ที่เจริญรอยตามท่านด้วยความดีงามตราบจนถึงวันแห่งการตัดสิน.

 

 

***

 

 


รายงานโดย มุสลิม (224)

รายงานโดย อัลบุคอรีย์ (5782)

รายงานโดย อัลบุคอรีย์ (744) และมุสลิม (598)

รายงานโดย มุสลิม (399)

รายงานโดย อัลบุคอรีย์ (756)

รายงานโดย อัลบุคอรีย์ (817) และมุสลิม (484)

รายงานโดย อัลบุคอรีย์ (711) และมุสลิม (598)

รายงานโดย มุสลิม (477)

รายงานโดย มุสลิม (479)

รายงานโดย อัลบุคอรีย์ (788) และมุสลิม (493)

รายงานโดย อัตติรมีซีย์ (284) และอบูดาวูด (850) และอิบนุมาญะฮ์ (898)

รายงานโดย อัลบุคอรีย์ (797) และมุสลิม (402)

รายงานโดย อัลบุคอรีย์ (1311) และมุสลิม (588)

รายงานโดย อันนะซาอีย์ (1298)

รายงานโดย มุสลิม (402)

รายงานโดย มุสลิม (591)

รายงานโดย มุสลิม (402)

รายงานโดย อัลบุคอรีย์ (6860)

รายงานโดย มุสลิม (728)

รายงานโดย อะห์มัด (25547), อัตติรมีซีย์ (393) และอบูดาวูด (1077)

รายงานโดย อัลบุคอรีย์ (605)